ละครเรื่องหวานใจกับนายจอมหยิ่ง มาถ่ายทำที่อโยธาราวิลเลจด้วย ลองดูตอนจบกันครับ

พบกับข้อเสนอพิเศษมากมาย จาก อโยธารา วิลเลจ รีสอร์ทเรือนไทยริมแม่น้ำ อยุธยา ได้ที่ ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๑๖ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ วันที่ ๓ - ๖ กันยายน ๒๕๕๒ บูธหมายเลข G273 ครับ

 

อโยธารา วิลเลจ จัด promotion พิเศษ เพื่อช่วยเหลือบ้านสุนัขราชบุรี เพียงคุณ ๆ print รูปด้านล่างนี้ เพื่อใช้เป็นบัตรส่วนลด คุณจะได้พักในราคาพิเศษสุด พร้อมทั้ง ร่วมทำบุญบริจาคให้บ้านสุนัขราชบุรีด้วย ๕ % ครับ หมดเขตสิ้นปี ๒๕๕๒ นี้ครับ

 

 

 

ในอยุธยา นอกจากวัดวาอาราม โบราณสถาน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ยังมีที่เที่ยวอีกหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ ประเภทครับ

อย่างพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ของท่าน อ.เกริก  ยุ้นพันธ์ ก็เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจทีเดียว

ที่พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นแห่งนี้ ท่าน อ. เกริก ได้รวบรวมเอาของเล่น ไว้เป็นล้านชิ้น สมกับชื่อล้านของเล่น ของเล่นบางชิ้นมีอายุนับร้อย ๆ ปี เรียกว่ามีตั้งแต่เก่ายันใหม่เลยทีเดียว ตุ๊กตาเซลลูลอยด์ ของเล่นสังกะสี ของเล่นไขลาน และอีกมากมายจนกล่าวไม่หวัด ไม่ไหว

นอกจากของเล่นแล้ว ยังมีกิจกรรมดี ๆ สำหรับเยาวชน และครอบครัว จัดอยู่เป็นประจำ เช่น ชั่วโมงเล่านิทาน ทุกเสาร์-อาทิตย์  ศิลปะสำหรับเด็ก ทุกวันเสาร์ที่ ๒ และที่ ๔ ของเดือน  ค่ายนิทาน  นิทรรศการหมุนเวียน

ที่พิพิธภัณฑ์มีของชำร่วย ที่ระลึกสวย ๆทั้ง แก้วกาแฟ เสื้อ สมุด กระเป๋า ฯลฯ ไว้บริการ ส่วนใครเดินชม แล้วเกิดหิวขึ้นมา ก็มีร้าน ครัวประตูชัย ไว้คอยบริการท่านด้วย ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กาแฟโบราณ

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๔๕ ม. ๒ ถ.อู่ทอง ต. ท่าวาสุกรี อ. พระนครศรีอยุธยา ไม่ไกลจาก อโยธารา วิลเลจ เท่าไร แค่ขับรถไป ไม่เกิน ๑๐ นาทีก็ถึง 

ลืมบอกไป เปิดวันอังคาร ถึง วันอาทิตย์ ๙ โมงเช้า ถึง ๔ โมงเย็น ค่าเข้า ผู้ใหญ่ ๕๐ เด็ก ๒๐ ต่างชาติ ๑๐๐ บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.milliontoymuseum.com

สำหรับเอนทรี่นี้ต้องขอขอบคุณรูปสวย ๆ จากเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น และขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุขกับการเที่ยวอยุธยา ราชธานีเก่าครับ...

เมื่อสามหนุ่มจาก The Star 5 มาเยือน Ayodhara Village
( พนักงานสาว ๆ เราแอบกรี๊ด หุ หุ )
ตามไปดูรูป อ่านเรื่องมากกว่านี้ได้ที่
 
 

ร้านนี้เปิดมานานแล้วครับ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แนะนำว่าเนื้อตุ๋น หรือหมูตุ๋น ของเขาใช้ได้ทีเดียว นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังมี side menu อีกหลายอย่าง เช่น หมูสะเต๊ะ ทอดมัน ฯลฯ  เรื่องความสะอาด ก็ไม่น้อยหน้าใคร ราคาก็สมเหตุสมผล

ถ้าผ่านมาอยุธยา อย่าลืมมาแวะลองชิมกันดูครับ ร้านหาไม่ยาก เดาจากชื่อร้านก็น่าจะทราบว่าอยู่ตรงข้ามวัดใหญ่ชัยมงคลนี่เอง ถ้ามาทางสายเอเซีย ถึงแยกเข้าเมืองอยุธยาแล้วให้เลี้ยวเข้ามาตามป้ายอยุธยาเลย ขับมาตามถนนโรจนะเรื่อย ๆ จนถึงวงเวียนเจดีย์ที่มีเจดีย์ใหญ่อยู่กลางวงเวียน ให้เลี้ยวซ้ายมาประมาณ ๑ กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้าย ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยววัดใหญ่จะอยู่ขวาครับ

ว่าแล้วก็น้ำลายไหล คงต้องไปทานสัก ๒-๓ ชาม ขอตัวไปก่อนนะครับ

ไหว้พระ ๙ วัด

posted on 26 Apr 2009 15:55 by ayodhara  in activities

กิจกรรมหลักของผู้ที่มาเที่ยวอยุธยานั้น มีหลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ ฯลฯ

กิจกรรมหลัก ๆ อย่างหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมมาก ๆ คือ การทำบุญ ไหว้พระ ๙ วัด ที่เชื่อกันว่า เป็นมงคลกับชีวิตอย่างหนึ่ง

แน่นอนว่าพระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่า นั้นเป็นที่รุ้กันดี ว่ามีวัดอยู่มากมาย ตั้งแต่สมัยอดีต แม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีหลักฐานปรากฏให้เห็น ซากเจดีย์ ซากโบสถ์ ซากวัด ที่เป็นโบราณสถานมีอยู่ทั่วทั้งในเกาะเมือง และนอกเกาะเมือง

อยุธยาไม่ได้มีเฉพาะโบราณสถานที่เป็นเพียงซากอารยธรรม วัฒนธรรม ประเพณี เท่านั้น   แม้แต่โบราณสถานที่ยังมีชีวิต ก็ยังมีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะตามวัดวาอารามต่าง ๆ ที่เป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา ซึ่งมีความกลมกลืนกันเป็นอย่างดี ระหว่างโบราณสถาน กับสิ่งปลูกสร้างยุคปัจจุบัน

วัดพนัญเชิงวรวิหาร ,วัดใหญ่ชัยมงคล ,วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร ,วัดหน้าพระเมรุชิการาม และวัดอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นที่หมายของพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ที่ให้ความสำคัญเมื่อมาเยือนพระนครศรีอยุธยา

ทุก ๆ วัดที่กล่าวถึง เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หากท่านมาพักผ่อนที่ อโยธารา วิลเลจ การเที่ยววัด ไหว้พระ ทำบุญ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ มาแล้วไม่ทราบจะเริ่มอย่างไร จะไปทางไหน ขอให้บอกเท่านั้น เราช่วยคุณได้ ^_^

ชาวอโยธารารอต้อนรับทุกคนอยู่นะครับ

ภาพ : พระเจดีย์ชัยมงคล วัดใหญ่ชัยมงคล

 

เพนียดคล้องช้าง เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง แต่เดิมใช้ในการการจับช้างหน้าพระที่นั่ง ก่อนนั้นเคยใช้พื้นที่ข้างพระราชวังจันทรเกษม จนถึงสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงย้ายมาที่ที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช้าง เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญสูงมาก เป็นพาหนะของชนชั้นสูงสำหรับพระราชดำเนินทางบก และเป็นเหมือนรถถังหรือ เครื่องมือสำคัญในการนำลี้พลเข้าต่อสู้กับข้าสึก ยิ่งถ้าเป็นช้างเผือก สิ่งมงคลคู่บารมีของพระมหากษัตริย์ด้วยแล้ว พระองค์ก็จะทรงโปรดเกล้าฯให้นำมาเลี้ยง และประดับยศศักดิ์ให้ด้วย

พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา น่าจะเสด็จมาทอดพระเนตรการคล้องช้างด้วยเสมอ เพราะนอกจากจะเป็นขั้นตอนในการคัดเลือกช้างแล้ว ยังเป็นมหรสพชนิดหนึ่งอีกด้วย 

วิธีการคล้องช้าง หรือการจับช้างป่านั้น  หมอช้างจะขี่ ช้างต่อ ล่อช้างป่าจากนอกพระนครให้เข้ามาในเพนียดแล้วคัดเฉพาะช้างที่ต้องการไว้ เมื่อจะนำมาฝึก ก็จะให้หมอช้างชี่ช้าง ๕-๗ เชือกวิ่งไล่ต้อน ผู้ที่ทำหน้าที่จับช้าง หรือ คล้องช้าง จะขี่ช้างต่อ ถือ คันจาม ไม้ด้านยาวที่ปลายด้านหนึ่งเป็นบ่วง และ ปลายเชือกผูกติดกับคอช้าง คอยหาจังหวะคล้องบ่วงเข้าที่เท้าหลังของช้าง เมื่อบ่วงรัดเท้าช้างไว้แน่น จากนั้นควาญท้ายจะโยนบ่วงที่เหลือลงจากหลังช้างเพื่อให้ช้างลากไปติดเสา ตะลุง ก็เป็นอันจับช้างได้ จากนั้นจึงนำช้างต่อสองเชือกปะกบข้างแล้วนำไปยังสำโตงเตงเพื่อให้พระมหากษัตริย์ เลือก ซึ่งการเลือกช้างนั้นจะต้องดูที่คชลักษ์เป็นหลัก แล้วจึงนำช้างแต่ละคชลักษ์ไปฝึกตามที่ตำราบอกกล่าว

เพนียดคล้องช้าง หรือที่เรียกกันติดปากชาวอยุธยาว่า เพนียด เป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวชมวัฒนธรรมประเพณีของอยุธยา 

ถ้าเพื่อน ๆ มาพักผ่อนกันที่ อโยธารา วิลเลจ แล้วอยากดูอะไรที่แปลก ๆ กว่านักท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไป เรามีไฮไลท์พิเศษ พาไปแอบดูช้างอาบน้ำกันที่ท่าน้ำช้าง

ล่องแม่น้ำลงไปจาก อโยธารา วิลเลจ ไม่ไกลนัก ฝั่งขวาของแม่น้ำลพบุรี เป็นท่าน้ำ ที่ควาญจะนำช้างมาลงอาบน้ำทุกวันในเวลาเย็น

ใครไม่เคยเห็นช้าง สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกว่ายน้ำ ลองมาดูกันนะครับ

 

แม่น้ำลพบุรี

posted on 22 Apr 2009 14:58 by ayodhara  in ayutthaya

ในวิกิพีเดียไทย กล่าวไว้เกี่ยวกับแม่น้ำลพบุรีนี้ว่า

แม่น้ำลพบุรีเป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี (เขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี) ไหลผ่าน จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 แค่นี้เองครับ แต่แม่น้ำลพบุรีนี้เอง เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญกับชาวอโยธารามานานแสนนาน แม่น้ำลพบุรีไหลผ่าน ต.พิตเพียน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเหมือนกับ เส้นเลือดหลักของอำเภอมหาราชเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่ต้นตระกูลของเรามีรกราก พื้นเพ อยู่ที่นั่น คุณตาทวด ย่าชวด ยายชวด ก็ได้อาศัยสายน้ำลพบุรี เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก 

ทุกวันนี้แม่น้ำลพบุรี ตอนที่ไหลผ่าน ต.บ้านเกาะ จ.พระนครศรีอยุธยา หรือที่ผ่านหน้า อโยธารา วิลเลจ ยังคงความเป็นธรรมชาติ สะอาด และมีน้ำมากตลอดทั้งปี

การคมนาคมทางน้ำที่ลดความสำคัญลง ทำให้แม่น้ำลพบุรีมีเรือสัญจรน้อยลง คงเห็นได้เป็นระยะ ๆ เช่น เรือที่พระท่านพายมาบิณฑบาตที่หน้า อโยธารา ทุก ๆ เช้า หรือ เรือหาปลา หากุ้ง ลำเล็ก ๆ ที่บางครั้งเราก็เรียกมาขอซื้อปลา กุ้ง สด ๆ ไว้เป็นเสบียงกรัง

ลองมาสัมผัสความสงบของแม่น้ำลพบุรีสายนี้ดู แล้วจะติดใจครับ

พระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่า นอกจากจะเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผมเอง  เพราะว่าผม และครอบครัวต่างเกิด และเติบโตมาที่อยุธยานี้ ด้วยความรัก ความผูกผัน กับบ้านเกิดเมืองนอน และธรรมชาติของสายน้ำอันแสนเงียบสงบ ผมจึงสร้างรีสอร์ทแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เพื่อน ๆ ทุกคน ได้มาดื่มด่ำ กับความสุข ความสงบ ธรรมชาติ  และบรรยากาศ ของกรุงเก่าแห่งนี้

หลาย ๆ คน คงเป็นนักเดินทาง นักท่องเที่ยว และคงเคยได้พักในโรงแรม ในรีสอร์ท หลาย ๆ แห่ง  ที่นี่ไม่เหมือนใคร ผมตั้งใจ มุ่งมั่น ที่จะทำให้เป็นไทยที่สุด 

ผมเลือกที่จะลงทุน สร้างรีสอร์ทเป็นเรือนไทยไม้สักทองทั้งหมด ซึ่งงบประมาณนั้น สามารถสร้างรีสอร์ทปกติได้หลายแห่งทีเดียว เพราะต้องการอนุรักษ์ของไทย ๆ ไว้ให้ได้สัมผัสกัน

และผมก็ยังเลือกที่จะคิดราคา ค่าห้องพัก เท่า ๆ กับรีสอร์ททั่ว ๆ ไปที่เพื่อน ๆ เคยไปพักกัน หรืออาจจะถูกกว่าบางแห่งด้วยซ้ำ

ผมอยากเชิญชวน และอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองมาสัมผัสกับบรรยากาศแห่งสายน้ำ ณ ที่ที่เวลาเดินช้าลง ที่ อโยธารา วิเลจ  แห่งนี้

ผมจะรอต้อนรับทุก ๆ คนนะครับ

ป.ล. ความจริง อโยธารา วิลเลจ มีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่ว่าอยากจะมีบล็อก ไว้บันทึก เรื่องราว ความประทับใจ ที่ไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไร ก็เลยมาเปิดบล็อกที่นี่ด้วย